ศรีสะเกษ แชมป์โลกที่คอมวยเท่านั้นถึงจะรู้จัก

 

การคว้าแชมป์ชูเปอร์ฟลายเวตสภามวยโลกของศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่นเมื่อเดือนที่แล้ว อันที่จริงถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับวงการมวยในบ้านเรา แต่ดูเหมือนว่าแชมป์ในครั้งนี้ไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร ในสายตาของแฟนกีฬาอื่น ๆ หรือผู้คนที่ไม่ได้สนใจกีฬา สำหรับมวยแล้วคงจะมีแค่ในเวทีโอลิมปิกรอบลึก ๆ เท่านั้น ที่คนไทยจะให้ความสำคัญกันในวงกว้าง คอยติดตามเชียร์ช่วยลุ้นเอาใจช่วยติดหน้าจอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าโอลิมปิกเป็นรายการที่สำคัญกว่า มันคือการแข่งขันกีฬาทุกประเภทที่เป็นอันดับ 1 ของมวลมนุษยชาติ กว่าจะผ่านการคัดเลือกได้เข้าไปขึ้นชกที่ประเทศเจ้าภาพ พบกับคู่ต่อสู้จากหลายเชื้อชาติ แข่งขันกันหลายรอบ หากต้องการเหรียญกลับบ้าน อย่างน้อยก็ต้องไปให้ถึงรอบรองชนะเลิศ แต่การแข่งขันของสภามวยโลก สำหรับคนที่ไม่ใช่คอมวยมองว่าเหมือนกับเป็นแมตช์พิเศษมากกว่า เพราะดูลักษณะเหมือนอยู่ ๆ ก็มาชิงแชมป์กัน โดยไม่ได้มีการแข่งขันไปที่ละรอบ ไม่ได้มีรอบควอเตอร์ไฟนัล เซมิไฟนัล และรอบไฟนัล เหมือนกับรายการแข่งขันของกีฬายอดนิยมอย่างฟุตบอล เทนนิส หรือวอลเลย์บอล ดังนั้นการได้แชมป์มวยโลกของศรีสะเกษก็เลยไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร เพราะรูปแบบการแข่งขันเป็นไปในลักษณะนี้ อีกอย่างนึงคือ เขาไม่ใช่ยอดมวยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง พร้อมกับมีสื่อจากทั่วโลกช่วยประโคมข่าวมากมายนัก การแข่งขันระหว่างศรีสะเกษกับเอสตราด้า จึงเทียบไม่ได้เลยกับคู่ชกระหว่างเมย์เวทเธอร์กับแม็คเกรเกอร์ ที่ส่งผลให้มีเงินรางวัลจากไฟต์นี้สูงถึง 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้แต่เว็บพนันเองก็แทบจะไม่เห็นการกล่าวถึง ไม่ว่าจะเว็บพนันฝั่งอังกฤษ หรือในแถบเอเชียอย่าง www.sbobett.com แต่ว่าช่วงที่ฟลอยด์ต่อยกับแม็คเกรเกอร์หรือปาเกียว เราจะเห็นแบนเนอร์ของคู่ชกนี้โผล่ให้เห็นตามเว็บกีฬาอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้แฟนกีฬาอื่น ๆ ที่ปกติไม่ดูมวยเลย ก็ยังหันมาให้ความสนใจ พร้อมที่จะรับชมการถ่ายทอดสด หากรูปแบบการแข่งขันยังคงเป็นแบบเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง และสื่อในช่องทางต่าง ๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ต่อให้ชาวไทยได้เข็มขัดแชมป์โลกได้มากขนาดไหน ป้องกันแชมป์ได้มากครั้งเท่าไร ก็คงมีแต่คอมวยเท่านั้นที่ให้ความสนใจ ส่วนแฟนกีฬาชนิดอื่นพอผ่านไปสัก 2-3 เดือนก็คงลืมกันแล้ว