คอเนอร์ เบนน์ ยอมรับว่าเขาเดินเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความรู้สึก “ตื่นเต้นและมีความหวัง” เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี นับตั้งแต่กรณีตรวจพบสารกระตุ้นโคลมิฟีนในปี 2022 ที่ทำให้ชีวิตและอาชีพการชกของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แม้ เบนน์ จะยืนยันความบริสุทธิ์มาโดยตลอด แต่เงาของคดีดังกล่าวทำลายทั้งภาพลักษณ์และสภาพจิตใจ เขาต้องไปชกในสหรัฐอเมริกา ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาอนาคตของเขา
เบนน์ เผยว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาแทบไม่อยากให้ปีใหม่มาถึง เพราะไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า ทว่าปัจจุบันเขารู้สึกเหมือนได้ “เอาชนะปีศาจในหัว” สามารถกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างเต็มที่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์มาแล้วกว่า 15 เดือน ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนอกเวที
แม้ไฟต์แรกกับ คริส ยูแบงค์ จูเนียร์ ในเดือนเมษายนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่ฟอร์มการชกที่ดุดันทำให้ชื่อเสียงของเขากลับมา ก่อนที่เขาจะปิดปีอย่างสวยงาม ด้วยชัยชนะคะแนนในไฟต์รีแมตช์ที่ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดียม
ปีนี้ยิ่งมีความหมายมากขึ้น เมื่อ ไนเจล เบนน์ พ่อของเขา อดีตแชมป์โลกมิดเดิลเวตและซูเปอร์มิดเดิลเวต ได้รับข่าวดีว่าจะถูกบรรจุเข้าสู่ International Boxing Hall of Fame ในปี 2026 ซึ่ง คอเนอร์ กล่าวว่าภูมิใจอย่างที่สุด และเป็นเกียรติที่ครอบครัวจะจดจำตลอดไป
สำหรับอนาคตบนสังเวียน เบนน์ ตั้งเป้าท้าชนยอดนักชกอเมริกัน โดยเล็งผู้ชนะระหว่าง ไรอัน การ์เซีย และ มาริโอ บารีออส รวมถึงชื่อใหญ่อย่าง โรลลี่ โรเมโร และ เดวิน ฮานีย์ พร้อมย้ำว่าเป้าหมายของเขาคือการพิสูจน์ว่านักชกอังกฤษสามารถยืนหยัดและเอาชนะยอดมวยจากสหรัฐฯ ได้
แม้จะไม่ได้ชกในพิกัด 147 ปอนด์มานานเกือบ 3 ปี แต่ เบนน์ ยังถูกจัดให้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ของ WBC และยังคงเป็นเป้าหมายของบรรดาแชมป์โลกหลายราย ซึ่งเจ้าตัวมองว่านั่นสะท้อนถึงคุณค่าและแรงสนับสนุนจากแฟนมวย โดยเฉพาะแฟนชาวอังกฤษที่ยืนเคียงข้างเขามาเสมอ
สำหรับ คอเนอร์ เบนน์ ปีใหม่ 2026 ไม่ได้เป็นปีแห่งความไม่แน่นอนอีกต่อไป แต่เป็นปีแห่งโอกาส ความมุ่งมั่น และความหวังครั้งใหม่บนเส้นทางอาชีพกำปั้นของเขา