แกรี คัลลี ยืนยันว่าพร้อม “ขีดเส้นใต้” ช่วงเวลาพักจากสังเวียนอันยาวนาน หลังเผชิญอาการบาดเจ็บที่ดวงตาอย่างรุนแรงจากไฟต์ที่เขาเรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพ
นักชกชาวไอร์แลนด์ผู้ชกมานานกว่า 20 ปี ย้อนถึงคืนวันที่ 14 ธันวาคม 2024 ในห้องบอลรูมประดับแชนเดอเลียร์ ณ มอนติคาร์โล ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเขาขึ้นชกกับ แม็กซี ฮิวจ์ส และตกเป็นฝ่ายถูกตัด ถูกเล่นงานหนัก จนในสายตากรรมการเขา “แพ้ทุกยก” โดยคัลลีกล่าวว่านั่นคือค่ำคืนที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงสำหรับเจ้าตัวที่แฟนมวยรู้จักในฉายา “The Diva”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือ หลังจบไฟต์และเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา เขายังไม่รู้เลยว่า หมัดหนึ่งของคู่ต่อสู้ทำให้เกิดการบาดเจ็บชนิดที่พบได้บ่อยในอุบัติเหตุรถยนต์ และเกือบพรากอาชีพนักชกของเขาไปทั้งชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่คู่รักของเขาซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่ที่ไอร์แลนด์กำลังรออยู่
คัลลียอมรับว่า ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยได้ยินคำว่า ภาวะอัมพาตเส้นประสาทสมองคู่ที่ 4 (fourth cranial nerve palsy) มาก่อน แต่หลังไฟต์ดังกล่าวเขาจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับมันอย่างหนัก เมื่อเริ่มมีอาการ มองเห็นภาพซ้อน (double vision) จนทำให้กังวลอย่างจริงจัง และแม้บาดแผลแตกที่เปิดระหว่างการชกจะดูน่ากลัว แต่กลับกลายเป็น “ปัญหาเล็กที่สุด” เมื่อเทียบกับอาการที่เกิดขึ้นภายหลัง
คัลลีให้สัมภาษณ์กับ The Ring ว่า คืนดังกล่าวเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาลงจากเวทีแล้ว “ตระหนักจริงๆ” ว่านักมวยสามารถได้รับอันตรายหนักจากการชก
“คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมลงจากเวทีแล้วรู้สึกว่า คุณสามารถเจ็บหนักได้ในแมตช์มวย” คัลลีกล่าว
“เพราะนี่คือสิ่งที่ผมทำมาตลอด และผมเชื่อมาตลอดว่าผมดูแลตัวเองได้เสมอ คุณจะชนะหรือแพ้ก็ได้ แต่ผมคิดว่าผมจะโอเคอยู่ตลอด”
“แต่ครั้งนี้ผมลงจากเวทีพร้อมอาการบาดเจ็บแบบนั้น แล้วผมก็คิดว่า ‘ว้าว นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ’ ตอนนั้นผมถึงได้รู้ว่ามันเป็นเกมที่จริงจังมากที่ผมกำลังเล่นอยู่”
ข้อความของคัลลีสะท้อนว่า ช่วงเวลาหลังไฟต์ดังกล่าวไม่ใช่แค่การพักฟื้นร่างกาย แต่เป็นการเผชิญหน้ากับความเสี่ยงของอาชีพอย่างชัดเจนที่สุด และตอนนี้เขาพร้อมกลับมาเดินหน้าต่อ พร้อมทิ้งช่วง “พักยาวจากฝันร้าย” ไว้ข้างหลัง