ข่าววงการมวยสากล มวยโลก โปรแกรมมวย ผลมวย แชมป์โลก wbc wba ibf wbo

ฟลาย เมย์เวทเธอร์ กับ แมนนี่ ปาเกียว รีแมตช์วันที่ กันยายน ที่ลาสเวกัส สเฟียร์

 

ศึกรีแมตช์ระหว่าง ฟลาย เมย์เวทเธอร์ กับ แมนนี่ ปาเกียว จะมีขึ้นวันที่ 20 กันยายน ที่ลาสเวกัส สเฟีย บนแพลตฟอร์ม Netflix

เจส มาธูร์ ซีอีโอของ Manny Pacquiao Promotions และหนึ่งในผู้เจรจาหลัก เปิดเผยกับ BoxingScene ว่า ประเด็นเรื่องอายุของทั้งสองคนแทบไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง

“คนที่วิจารณ์เรื่องนั้น จะเป็นกลุ่มแรกที่เปิดดูไฟต์นี้” มาธูร์กล่าวหลังการประกาศอย่างเป็นทางการของไฟต์ภาคสอง ซึ่งถือเป็นภาคต่อของหนึ่งในไฟต์ที่ทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์วงการมวย

แม้การพบกันครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 จะยังคงเป็นอีเวนต์ที่สร้างรายได้สูงสุดตลอดกาลของวงการ โดยเฉพาะยอดขายเพย์เพอร์วิวที่ทะลุ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มาธูร์เชื่อว่าไฟต์รีแมตช์ครั้งนี้อาจทำเงินรวมมากกว่า 450 ล้านดอลลาร์ที่ทั้งคู่เคยได้รับรวมกันในช่วงพีคทางการตลาดเสียอีก

การชกครั้งแรกจบลงด้วยชัยชนะคะแนนเอกฉันท์ของเมย์เวทเธอร์ (116-112, 116-112, 118-110) ในไฟต์ที่ถูกวิจารณ์ว่าขาดความดุเดือด และมีประเด็นอาการบาดเจ็บเอ็นหัวไหล่ขวาฉีกของปาเกียว รวมถึงสไตล์ชกเชิงรับของเมย์เวทเธอร์ อย่างไรก็ตาม รายได้มหาศาลที่เกิดขึ้นกลบทุกเสียงวิจารณ์

“เราจะทำลายสถิติอีกครั้ง เต้นรำกันอีกหน ยกระดับมาตรฐานให้สูงจนไม่มีใครแตะต้องได้” มาธูร์กล่าวถึงทัศนคติร่วมกันของทั้งสองนักชก

แม้สถิติยอดขาย PPV จะไม่มีทางถูกทำลาย เพราะไฟต์นี้รวมอยู่ในแพ็กเกจสมาชิก Netflix อยู่แล้ว แต่เป้าหมายใหม่คือการทำลายสถิติ 108 ล้านสตรีม ที่ไฟต์ ไทสัน–พอล ทำไว้ในปี 2024

Netflix มีสมาชิกทั่วโลกกว่า 325 ล้านราย และด้วยเวลาโปรโมตกว่า 7 เดือน ขณะที่ทั้งสองต่างมีแผนขึ้นสังเวียนไฟต์พิเศษในเดือนเมษายน (ปาเกียวพบ รุสลัน โปรโวดนิคอฟ และเมย์เวทเธอร์พบไทสัน) ทำให้โอกาสสร้างรายได้ใกล้เคียงไฟต์แรกยังคงมีอยู่

มาธูร์ระบุว่า เมื่อ Netflix แสดงความสนใจในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โปรเจกต์นี้จึงขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงอย่างมาก โดย กาเบรียล สปิตเซอร์ รองประธานฝ่ายกีฬาของ Netflix และ เอียน โอเรไฟ จาก EverWonder Studio มีบทบาทสำคัญในการผลักดันดีลนี้

“เราอยู่ในยุคสตรีมมิง ไม่ใช่เพย์เพอร์วิวอีกต่อไป ความสำเร็จของ ไทสัน–พอล และ เทอเร้น ครอว์ฟอร์ต–คาเนโล่ อัลวาเรซ ทำให้ฟลอยด์กับแมนนีเห็นภาพ” เขากล่าว

เขายังยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายมีค่าตัวการันตี พร้อมโอกาสรับรายได้ส่วนแบ่งเพิ่มเติม หากยอดสตรีมทำลายสถิติ

ด้านปาเกียวให้สัมภาษณ์ว่า ความสำเร็จการเป็นแชมป์โลก 8 รุ่น และครองเข็มขัดใน 4 ทศวรรษ ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าเรคคอร์ดไร้พ่าย 50-0 ของเมย์เวทเธอร์

ปาเกียวระบุว่า หากเมย์เวทเธอร์เอาชนะเขาได้อีกครั้ง นั่นย่อมเป็นผลงานระดับ GOAT แต่หากเขาเป็นฝ่ายมอบความพ่ายแพ้แรกให้เมย์เวทเธอร์ เขาคือ GOAT เช่นกัน

มาธูร์กล่าวสรุปว่า “ผู้ชนะที่แท้จริงคือแฟนมวย พวกเขาจะได้เห็นสองตำนานตลอดกาลกลับมาขึ้นเวทีระดับมหากาพย์บน Netflix… ประวัติศาสตร์จะถูกสร้างอีกครั้ง เราจะทำลายตัวเลขของ ไทสัน–พอล ด้วยพลังการเข้าถึงระดับโลกของพวกเขา”

แม้จะมีรายงานว่าเมย์เวทเธอร์กำลังเผชิญปัญหาการเงิน และได้ยื่นฟ้อง Showtime มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์เกี่ยวกับรายได้ PPV ระหว่างปี 2013-2017 แต่มาธูร์ยืนยันหนักแน่นว่า

“ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ไม่ได้ล้มละลาย คนที่พูดแบบนั้นไม่รู้จักเขาจริง ๆ เขาเป็นนักธุรกิจ เขาใช้สินทรัพย์สร้างมูลค่าเพิ่ม นั่นคือความฉลาด”

สิ่งที่เมย์เวทเธอร์ใส่ใจคือเงิน และเลขศูนย์ในช่องแพ้ของสถิติอาชีพ

การกลับมาครั้งนี้ เขาการันตีได้หนึ่งอย่างแน่นอน และพร้อมเสี่ยงกับอีกหนึ่งอย่าง เพื่อปิดตำนานให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม.