มีคนไม่มากนักที่เชื่อว่า ริโก แฟร์โฮเฟน จะสามารถสร้างเรื่องเหลือเชื่อด้วยการโค่น โอเล็กซานเดอร์ อูซิก ได้ แต่แชมป์เฮฟวีเวตคิกบ็อกซิ่งของ Glory รายนี้กลับมองต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
อูซิก กับ แฟร์โฮเฟน มีโปรแกรมขึ้นชกกันในไฟต์เฮฟวีเวต 12 ยก วันที่ 23 พฤษภาคม ท่ามกลางฉากหลังของพีระมิดในประเทศอียิปต์ ถ่ายทอดสดทาง DAZN โดย อูซิก (24-0, 15 น็อก) ซึ่งเป็นนักชกอันดับ 1 แบบปอนด์ต่อปอนด์ของนิตยสาร The Ring ครองแชมป์เฮฟวีเวตของ The Ring, IBF, WBA และ WBC อยู่ในปัจจุบัน และทาง WBC รับรองไฟต์นี้ให้เป็นการป้องกันแชมป์แบบสมัครใจของเจ้าของตำแหน่งแชมป์เฮฟวีเวตรายนี้
“ผมชอบมาก” แฟร์โฮเฟนกล่าวในรายการ Inside The Ring ถึงสถานะของตัวเองที่ถูกมองว่าเป็นรองอย่างมากเมื่อเทียบกับกำปั้นถนัดซ้ายชาวยูเครน
“มันหมายความว่ายังไงน่ะเหรอ? นี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเรา โลกทั้งใบอยู่ตรงหน้าแล้ว”
แฟร์โฮเฟน วัย 36 ปี มีสถิติในคิกบ็อกซิ่ง 66 ชนะ 10 แพ้ (21 น็อก) และครองแชมป์เฮฟวีเวตขององค์กร Glory Kickboxing ซึ่งถือเป็นองค์กรคิกบ็อกซิ่งชั้นนำของโลกตั้งแต่ปี 2013 ก่อนจะสละตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยตลอดช่วงเวลานั้นเขาแพ้เพียงครั้งเดียว คือการแพ้คะแนนเอกฉันท์ให้กับ อันเดรย์ เกราซิมชุก ในปี 2015
ไฟต์ล่าสุดของเขาเกิดขึ้นเมื่อมิถุนายน โดยเอาชนะอดีตแชมป์ไลต์เฮฟวีเวต Glory อย่าง อาร์เต็ม วาคิตอฟ ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ขณะที่ในกติกามวยสากลอาชีพ แฟร์โฮเฟนเคยชกเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2014 และชนะน็อกยกสองเหนือ ยาโนส ฟินเฟรา ซึ่งยังไม่เคยชนะใครมาก่อน
หากแฟร์โฮเฟนสามารถคว้าชัยชนะได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม นั่นจะถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์พลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มวยสากล อย่างไรก็ตาม นักสู้ชาวดัตช์มองภาพในหัวว่าไฟต์นี้จะครบ 12 ยก และเขาจะเป็นฝ่ายชนะคะแนน
“สิ่งที่ผมคิดถึงตลอดคือ เขาเป็นคนที่ชกโดนตัวยากมาก และต่อให้ชกโดน เขาก็ไม่ล้มง่ายๆ” แฟร์โฮเฟนกล่าว
“เขาเคยโดนหมัดของ แอนโทนี่ โจชัว ซึ่งเป็นหนึ่งในนักชกที่หมัดหนักที่สุดในวงการ และยังเคยโดนหมัดของ ไทสัน ฟิวรี่ ด้วย ผมไม่คิดเลยว่าการจะน็อกเขาออกจากเวทีจะเป็นเรื่องง่าย แต่ผมก็จะพยายามอย่างเต็มที่”
“ผมคิดว่าชัยชนะที่ดีที่สุดสำหรับผมคือ การชนะภายใน 12 ยกด้วยคะแนนเอกฉันท์ เพราะมันหมายความว่า อูซิกพยายามทุกอย่างแล้วตลอด 12 ยก แต่สุดท้ายก็ทำอะไรผมไม่ได้”
“มันไม่ใช่การชนะด้วยหมัดฟลุคแบบ ‘โอ้ ผมน็อกเขาได้ โชคดีจัง’ แต่เป็นการที่เราทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ และทุ่มเททุกอย่างลงไปบนเวทีจริงๆ”