วิคเตอร์ เจิร์ค นักชกเฮฟวี่เวตดาวรุ่งชาวเยอรมัน วัย 25 ปี ส่วนสูง 6 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง สไตล์เซาท์พอว์ ออกมาสนับสนุนมุมมองที่ว่า โมเสส อิเทามา และตัวเขาเองต่างต้องการประสบการณ์การชกให้ครบยกมากขึ้น เพื่อเติบโตสู่ระดับนักชกชั้นนำของโลกอย่างแท้จริง
เจิร์คมีสถิติ 13-0 โดยน็อคคู่ต่อสู้ถึง 9 คนในยกแรก มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่อยู่รอดจนครบยก และหนึ่งในนั้นถูกน็อคในเวลาเพียง 15 วินาที อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่ได้มองว่าตัวเองสมบูรณ์แบบแล้ว
"ถ้าคุณอยากเป็นแชมป์โลกหรือติดอันดับท็อป 10 ของโลก คุณต้องผ่านไฟมาก่อน" เจิร์คกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขาคือไฟต์ 8 ยกกับ มิร์โก ทินทอร์ ในเดือนพฤษภาคม 2567 ที่เขาชนะครบทั้ง 8 ยก โดยโค้ชสั่งในมุมว่า "ชกให้ครบยก ออกหมัด เดิน เพราะถ้าวันหนึ่งคุณต้องชกไฟต์ 10 ยกหรือไฟต์ชิงแชมป์ แต่ไม่เคยชกครบยกมาก่อน คุณจะเจอปัญหาแน่" เขาย้ำว่าบทเรียนจากไฟต์นั้นมีค่ามากกว่าชัยชนะน็อคทุกไฟต์รวมกัน
เจิร์คอ้างถึง ฟาบิโอ วาร์ดลีย์ แชมป์โลก WBO ที่ต้องสู้ยาวกับ โจเซฟ พาร์คเกอร์ ถึง 11 ยก ว่าคือตัวอย่างที่ดีของนักชกที่เติบโตผ่านการทดสอบจริงในสังเวียน
สำหรับเป้าหมายส่วนตัว เจิร์คมีแผนที่ชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอน โดยตั้งเป้าเป็น นักชกอันดับ 1 ของเยอรมนี ก่อน จากนั้นอยากข้ามน้ำไปพิสูจน์ตัวในอังกฤษ และฝันถึงการชกกับ อากิต คาบาเยล เพื่อนร่วมชาติในแมตช์ชิงแชมป์โลกบนแผ่นดินเยอรมนี
"ผมมีความฝัน เขาอยู่จุดสูงสุดตอนนี้ และวันหนึ่งเขาก็เคยอยู่ในจุดที่ผมยืนอยู่" เจิร์คกล่าวถึงคาบาเยล ซึ่งเขาเคยร่วมแคมป์ฝึกซ้อมด้วย พร้อมกับนักชกระดับโลกอย่าง โอเล็กซานเดอร์ อูซิค, ดิลเลียน ไวท์, ดิเร็ค ชิโซรา และ แอนโธนี่ โจชัว
"ผมมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าผมจะได้เป็นแชมป์โลก" เขาประกาศด้วยความมั่นใจ
เจิร์คชื่นชม อิเทามา ว่าเป็น "นักชกที่ยอดเยี่ยม คมกริบ เร็ว มีพรสวรรค์ และในฐานะมวยซ้าย เขาอันตรายมาก" พร้อมหวังว่า เจอร์เมน แฟรงคลิน จะให้ปริมาณยกกับอิเทามาในสุดสัปดาห์นี้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทั้งสองดาวรุ่งต้องการเหมือนกัน
"ผมชอบชกให้ครบยก เพราะมันทำให้คุณเห็นว่าอะไรได้ผล อะไรยังไม่ได้ผล คุณพัฒนาได้มากกว่าการน็อคทุกคนในไม่กี่ยก อย่างวาร์ดลีย์กับพาร์คเกอร์ไปถึงยกที่ 11 คุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งเหล่านี้เสมอ"