คอเนอร์ เบนน์ เปิดเผยว่าเขาไม่ได้ “อยู่กับความหลงตัวเอง” อีกต่อไป หลังผ่านบททดสอบสำคัญจากการขึ้นไปชกกับ คริส ยูแบงก์ จูเนียร์ ซึ่งทำให้เขามั่นใจในตัวเองมากขึ้นก่อนเผชิญหน้า เรจิส โพรเกรส ในไฟต์แคตช์เวต 150 ปอนด์ บนรายการเดียวกับศึกเฮฟวี่เวตระหว่าง ไทสัน ฟิวรี กับ อาร์สลันเบค มัคห์มูดอฟ ที่กรุงลอนดอน
ก่อนหน้านี้ เบนน์ เป็นนักชกรุ่นเวลเตอร์เวต แต่ขยับขึ้นไปสู้กับยูแบงก์ จูเนียร์ ในรุ่นที่ใหญ่กว่าอย่างมาก โดยไฟต์แรกเขาพ่ายแบบสูสี ก่อนกลับมาแก้มือชนะได้อย่างชัดเจน ซึ่งทำให้เขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองมากขึ้น
เบนน์กล่าวว่า
“คุณไม่รู้ว่าคุณมีมัน จนกว่าคุณจะผ่านมันไปได้ มันดูเหมือนเพ้อฝันจนกว่าคุณจะทำได้จริง”
เจ้าตัวอธิบายว่าเขาเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า การขึ้นไปสู้กับนักชกมิดเดิลเวตนั้นเป็นความคิดที่เกินจริงหรือไม่ แต่สุดท้ายเขาพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า
“ผมไม่ใช่มิดเดิลเวตแน่นอน แต่ผมถามตัวเองว่า ผมเพ้อฝันหรือเปล่า… แล้วผมก็พิสูจน์ว่าผมคิดถูก”
เบนน์ยังยอมรับว่าไฟต์แรกกับยูแบงก์เป็นไฟต์ที่กินพลังใจอย่างมาก แม้จะแพ้แต่ก็ภูมิใจ ขณะที่การรีแมตช์เขาต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถปรับตัวและกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมได้
“ไฟต์แรกมันเหมือนเอาวิญญาณผมไปส่วนหนึ่ง ผมทุ่มทุกอย่าง ไฟต์ที่สอง ผมต้องแสดงให้เห็นว่าผมเรียนรู้และกลับมาดีกว่าเดิม”
นักชกวัย 29 ปี ยังระบุว่า ประสบการณ์จากสองไฟต์นั้นอาจมีความหมายมากกว่าการคว้าแชมป์โลกเสียอีก เพราะเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของครอบครัวและความบาดหมางระหว่างตระกูล ซึ่งทำให้เขาภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของศึกดังกล่าว