เรื่องราวในชีวิตนักมวยของออสการ์ ดูอาร์เตยังคงวุ่นวายไม่จบ
ดูอาร์เต (31-2-1, 23 KOs) เพิ่งผ่านคืนที่ยากในต้นเดือนนี้ด้วยการเอาชนะแองเจล ฟิเอร์โรแบบเฉียดฉิวผลคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ ที่ลาสเวกัส ทั้งที่ฟิเอร์โรขึ้นชกน้ำหนักเกินถึง 3.4 ปอนด์ในรุ่น 140 ปอนด์ อย่างไรก็ตาม ดูอาร์เตไม่อาจยอมรับการยกเลิกการแข่งขันอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่ไฟต์ชิงแชมป์กับ ริชาร์ดสัน ฮิตชินส์ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ถูกยกเลิกก่อนขึ้นชกเพียงไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากฮิตชินส์ล้มป่วยหลังผ่านการชั่งน้ำหนักวันที่สอง
ต่อมาฮิตชินส์ได้สละแชมป์ IBF รุ่น 140 ปอนด์ ทำให้ IBF ต้องหาผู้ท้าชิงใหม่ โดยมีแผนจัดการแข่งขันระหว่างดูอาร์เต (อันดับ 3 IBF) กับ ลินโดลโฟ เดลกาโด (อันดับ 1 IBF) แต่ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นคือ ดูอาร์เตและเดลกาโดเป็นเพื่อนร่วมทีมและฝึกซ้อมด้วยกันภายใต้โค้ช โรเบิร์ต การ์เซีย มาหลายปีในแคลิฟอร์เนียตอนใต้
การ์เซียให้สัมภาษณ์กับ The Ring ว่า "ผมทานข้าวเย็นกับเปเป้ โกเมซและเมโม่ โรชา ซึ่งเป็นโปรโมเตอร์และผู้จัดการของดูอาร์เต และเราเห็นตรงกันว่าดูอาร์เตจะไม่เดินหน้าตามเส้นทาง IBF เพื่อชกกับลินโดลโฟ เดลกาโด เว้นแต่ดูอาร์เตจะบอกเป็นอย่างอื่น แต่ผมไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะเราทำงานใกล้ชิดกัน เราตกลงกันว่าดูอาร์เตจะไปตามเส้นทาง WBC เพื่อลุ้นแชมป์ครั้งต่อไป"
ซึ่งหมายความว่าดูอาร์เตอาจมุ่งเป้าไปที่ ดาลตัน สมิธ แชมป์ WBC คนปัจจุบัน แม้ว่าไฟต์ของสมิธในวันที่ 7 มิถุนายนกับอัลแบร์โต ปูเอลโลจะถูกยกเลิกเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ ส่วน ไอแซก ครูซ ดำรงตำแหน่งแชมป์เฉพาะกาล WBC รุ่นจูเนียร์เวลเตอร์เวต
สำหรับตอนนี้ ดูอาร์เตจะได้พักผ่อนอย่างที่ต้องการหลังผ่านการเก็บตัวซ้อมหนักติดต่อกันหลายเดือน
การ์เซียอธิบายว่า "สิ่งที่ส่งผลต่อดูอาร์เตในไฟต์ฟิเอร์โรคือเขาเข้าชกต่อจากการเก็บตัวสองแคมป์รวดโดยไม่ได้พัก เขาฝึกหนักเกินไปจนทำให้ฟอร์มการชกไม่ดีอย่างที่เราคาดหวัง ร่างกายเหนื่อยเกินควร แต่เขาสู้สุดใจ ฮึดสู้ และทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อคว้าชัยมาได้"
นอกจากนี้ การ์เซียยังอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงไม่กำหนดเงื่อนไขน้ำหนักเพิ่มเติมกับฟิเอร์โร เพราะกลัวว่าฟิเอร์โรอาจต้องเข้าโรงพยาบาลเหมือนครั้งก่อน ซึ่งจะทำให้ดูอาร์เตไม่มีคู่ชกอีกครั้ง
การ์เซียปิดท้ายว่า "ผมไม่มีข้อสงสัยเลยว่าออสการ์จะเอาชนะฮิตชินส์ในเดือนกุมภาพันธ์และได้เป็นแชมป์โลก จากที่เห็นว่าเขาเตรียมตัวดีแค่ไหนก่อนไฟต์นั้น"