ฮัมซาห์ ชีราซ เปิดเผยว่าเขามีสภาพจิตใจที่แตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ก่อนขึ้นชิงแชมป์โลก WBO รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวตที่ว่าง กับ อาเล็ม เบกิช ในศึก “Glory in Giza” ที่ประเทศอียิปต์ ซึ่งมีคู่เอกเป็นการป้องกันแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตของ โอเล็กซานเดอร์ อูซิก กับ ริโก เวอร์โฮเวน
ดาวชกวัย 26 ปี ยอมรับว่าประสบการณ์จากไฟต์เสมอกับ คาร์ลอส อดาเมส เมื่อปีก่อน ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการย้ายไปอยู่ดูไบ เปลี่ยนเทรนเนอร์มาร่วมงานกับ แอนดี ลี และขยับรุ่นขึ้นมา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “มุมมองชีวิต” ที่เปลี่ยนไป
“มันแตกต่างกันเหมือนชอล์กกับชีสเลย” ชีราซ กล่าว
“ความรู้สึกตอนนี้ต่างจากก่อนชกไฟต์นั้นอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นผมกดดันตัวเองมาก คิดว่าห้ามแพ้เด็ดขาด เหมือนทั้งชีวิตสร้างมาเพื่อช่วงเวลานั้น”
“หลังไฟต์นั้น ทุกอย่างต้องเปลี่ยน ตอนนี้ผมแค่สนุกกับมัน ผมรู้ว่าไฟต์นี้สำคัญ แต่คืนวันเสาร์ผมจะขึ้นไปชกให้สนุก และหวังว่าจะจบลงด้วยการเป็นแชมป์โลก แค่นั้นเลย เพราะผมทำงานหนักมาหมดแล้ว”
เจ้าตัวยอมรับว่าผลเสมอกับ อดาเมส ทำให้เขาต้องทบทวนชีวิตอย่างจริงจัง และทำให้เข้าใจว่าชีวิตมีอะไรมากกว่ากีฬา
“เมื่อมองย้อนกลับไป ผมผ่านอะไรมาเยอะมาก แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนแทบไม่มีเวลาคิดทบทวน ผมมาไกลมากจริงๆ”
ชีราซ ยังเล่าย้อนถึงวัยเด็กว่าเขาต้อง “โตเกินวัย” เพราะพ่อเข้าออกเรือนจำอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขาต้องช่วยแม่ดูแลน้องๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งประสบการณ์เหล่านั้นช่วยสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจให้เขาในปัจจุบัน
“ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าสิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมผมขึ้นมา”
“คุณใช้ประสบการณ์เหล่านั้นรับมือกับเรื่องอย่างไฟต์อดาเมสได้ เพราะคุณจะคิดว่า ‘นี่ไม่ใช่จุดจบ’ ผมเคยผ่านอะไรที่แย่กว่านี้มาแล้ว”
ชีราซ ซึ่งมีสถิติชนะ 22 ไฟต์ เสมอ 1 และชนะน็อก 18 ครั้ง จะอายุครบ 27 ปีในวันจันทร์หน้า และถูกยกให้เป็นตัวเต็งที่จะกลายเป็นแชมป์โลกชาวอังกฤษคนใหม่
“แน่นอนว่าผมมาที่นี่เพื่อชนะ” เขากล่าว
“ถ้าพระเจ้าทรงเมตตาและผมทำได้ มันก็คงเป็นวันเกิดที่น่าจดจำมาก”
“หลังจากนั้นผมจะกลับอังกฤษ แล้วมองหาไฟต์รวบแชมป์โลก แต่ตอนนี้ผมเรียนรู้แล้วว่าชีวิตมีอะไรมากกว่ามวย”
“โลกยังหมุนต่อไป และเวลาก็ยังเดินหน้าเสมอ”