จอห์นนี เนลสัน อดีตแชมป์โลก WBO รุ่นครุยเซอร์เวต และหนึ่งในนักวิเคราะห์มวยชื่อดังของอังกฤษ เชื่อว่าไฟต์ล่าสุดของ โอเล็กซานเดอร์ อูซิก ได้เปลี่ยนมุมมองของแฟนมวยจำนวนมาก เพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่แชมป์โลกชาวยูเครนแสดงให้เห็นว่าเขา “ไม่ใช่นักชกที่ไร้จุดอ่อน” อีกต่อไป
เนลสันกล่าวหลังจากเห็น อูซิก ต้องเจองานหนักกว่าที่หลายคนคาดคิดในการป้องกันแชมป์กับ ริโก เวอร์โฮเวน นักชกคิกบ็อกซิ่งระดับตำนานชาวดัตช์ ซึ่งสามารถใช้ขนาดตัว พละกำลัง และสไตล์เดินกดดัน สร้างปัญหาให้กับอูซิกได้ตลอดหลายยกแรกของการชก
ก่อนการแข่งขัน หลายฝ่ายในวงการมวยมองว่า เวอร์โฮเวน ไม่น่าจะมีโอกาสมากนัก เนื่องจากประสบการณ์บนเวทีมวยสากลอาชีพยังน้อยเมื่อเทียบกับ อูซิก ที่ผ่านไฟต์ระดับสูงมาอย่างต่อเนื่องทั้งในรุ่นครุยเซอร์เวตและเฮฟวีเวต แต่ เนลสัน ระบุว่า ทัศนคติที่ดูแคลนนักชกจากสายคิกบ็อกซิ่งคือความผิดพลาดครั้งใหญ่
“ผู้คนมีอีโก้ในวงการมวย พวกเขาคิดว่านักคิกบ็อกซิ่งจะสู้ไม่ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีพิสูจน์แล้วว่า เวอร์โฮเวน สร้างปัญหาให้อูซิกจริง ๆ” เนลสันกล่าว
ตลอดการแข่งขัน เวอร์โฮเวน ใช้ความแข็งแรงและแรงปะทะเข้ากดดันอูซิกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวะแลกหมัดระยะประชิดที่ทำให้อูซิกต้องถอยและเสียจังหวะหลายครั้ง ซึ่งแตกต่างจากไฟต์ก่อน ๆ ที่เจ้าตัวมักเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะการชกได้ทั้งหมด
แม้อูซิกจะเริ่มกลับมาคุมเกมได้ในช่วงครึ่งหลังของไฟต์ ด้วยประสบการณ์ ความแม่นยำ และการเคลื่อนที่ที่เหนือกว่า แต่หลายคนก็ยอมรับว่านี่เป็นหนึ่งในไฟต์ที่เขาดูเหนื่อยและโดนเล่นงานมากที่สุดนับตั้งแต่ขึ้นมาชกรุ่นเฮฟวีเวต
ท้ายที่สุด อูซิก เป็นฝ่ายชนะ TKO ในยก 11 หลังกรรมการเห็นว่า เวอร์โฮเวน รับหมัดต่อเนื่องมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินกลับกลายเป็นประเด็นถกเถียง เพราะมีแฟนมวยจำนวนไม่น้อยมองว่าการยุติการชกเกิดขึ้นเร็วเกินไป เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาทีก่อนหมดยก และ เวอร์โฮเวน ยังดูเหมือนพร้อมสู้ต่อ
เนลสันยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ไฟต์นี้อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ อูซิก ในอนาคต เพราะก่อนหน้านี้เขาถูกมองว่าเป็นนักชกที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งของยุค ทั้งเรื่องไอคิวมวย การเคลื่อนที่ ความอึด และวินัยในการชก แต่ตอนนี้คู่ชกคนอื่น ๆ อาจเริ่มเชื่อว่าพวกเขามีโอกาสเอาชนะได้ หากสามารถใช้ความใหญ่ ความแข็งแรง และกดดันอย่างต่อเนื่องเหมือนที่ เวอร์โฮเวน ทำได้
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับอายุของ อูซิก ที่ปัจจุบันอายุ 39 ปีแล้ว แม้เขาจะยังรักษามาตรฐานระดับสูงเอาไว้ได้ แต่หลายฝ่ายเริ่มมองว่าร่างกายและความเร็วอาจไม่เหมือนช่วงพีคที่สุดอีกต่อไป ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้ท้าชิงรุ่นใหม่ ๆ อย่าง อากิต คาบาเยล, แฟรงค์ ซานเชซ หรือ โมเซส อิเทามา มีความหวังมากขึ้นในอนาคต
ถึงกระนั้น เนลสัน ยืนยันว่า อูซิก ยังเป็นเบอร์หนึ่งของรุ่นเฮฟวีเวตในเวลานี้ เพียงแต่ไฟต์กับ เวอร์โฮเวน ทำให้โลกมวยเห็นว่าแม้แต่นักชกระดับอัจฉริยะอย่างเขาก็ยังสามารถถูกกดดันและตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากได้เช่นกัน