แจ็ค แมสซีย์ นักชกรุ่นครุยเซอร์เวตชาวอังกฤษ เปิดเผยว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจเซ็นสัญญากับ ซัฟฟา บ็อกซิ่ง ไม่ใช่เพียงเพื่อไล่ล่าการชกกับ คริส บิลแลม-สมิธ เท่านั้น แต่เป็นเพราะเขาต้องการความต่อเนื่องในการขึ้นชก ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปตลอดเส้นทางอาชีพของเขา
แมสซีย์กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขามักต้องเผชิญกับช่วงเวลาว่างเว้นระหว่างไฟต์นานหลายเดือน บางครั้งถึงหนึ่งปีเต็ม ทำให้ยากต่อการรักษาฟอร์มการชก
“ตลอดอาชีพของผม คำถามที่ได้ยินตลอดคือ ‘ไฟต์ต่อไปเมื่อไหร่?’ บางครั้งผมหยุดชกไปหกเดือนหรือแม้แต่หนึ่งปี แต่กับ ซัฟฟา ดูเหมือนว่าคุณจะรู้กำหนดการไฟต์ต่อไปแทบจะทันทีหลังลงจากเวที”
เขาเชื่อว่าการบริหารงานของ ดานา ไวต์ ซึ่งต้องดูแลทั้ง UFC และธุรกิจอื่น ๆ ทำให้มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ และนั่นเป็นสิ่งที่นักมวยอาชีพต้องการมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของแมสซีย์ยังคงรวมถึงการได้เผชิญหน้ากับ คริส บิลแลม-สมิธ อดีตแชมป์โลก WBO รุ่นครูสเซอร์เวต ซึ่งทั้งคู่เคยพบกันมาแล้วในสมัยสมัครเล่นเมื่อกว่า 13 ปีก่อน
แมสซีย์ยอมรับว่าเคยพยายามผลักดันให้เกิดไฟต์ดังกล่าวมาแล้วในอดีต แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
“เราพยายามทำให้ไฟต์นี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว แต่สิ่งเดียวที่ทำได้คือเดินหน้าต่อไป ชนะคู่ชกที่อยู่ตรงหน้า แล้วไปอยู่ในจุดที่เขาต้องชกกับผม”
นักชกวัย 33 ปี ยังตั้งข้อสังเกตว่าการที่เขาถูกวางให้เป็นคู่รองในศึกที่ บิลแลม-สมิธ จะขึ้นชกกับ ไรอัน โรซิกี อาจเป็นสัญญาณว่าผู้จัดกำลังปูทางสู่การพบกันของทั้งคู่ในอนาคต
แม้จะออกมาท้าทายอยู่บ่อยครั้ง แต่แมสซีย์ยืนยันว่าเขาไม่มีปัญหาส่วนตัวกับ บิลแลม-สมิธ
“ผมไม่มีอะไรไม่ดีกับคริสเลย ทุกอย่างเป็นเรื่องของธุรกิจในวงการมวย เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก และหวังว่าเราจะได้ทำให้ไฟต์นี้เกิดขึ้นในที่สุด”
ก่อนอื่น แมสซีย์ต้องผ่านบททดสอบสำคัญกับ ชีวอน คลาร์ก ในศึก ซัฟฟา บ็อกซิ่ง วันที่ 7 มิถุนายนนี้ โดยผู้ชนะอาจก้าวเข้าใกล้โอกาสเผชิญหน้ากับ คริส บิลแลม-สมิธ มากขึ้นในอนาคต