สายตาของแฟนมวยทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่ เจสซี “แบม” โรดริเกวซ แชมป์โลก WBC, WBO และซูเปอร์แชมป์โลก WBA รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ขณะที่เจ้าตัวเตรียมขึ้นสังเวียนในวันที่ 14 มิถุนายน ที่รัฐแอริโซนา เพื่อชิงแชมป์โลกเส้นที่สามกับ อันโตนิโอ วาร์กัส เจ้าของเข็มขัดแชมป์ WBA รุ่นแบนตัมเวต
ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า หากคว้าชัยชนะได้สำเร็จ โรดริเกวซอาจได้เผชิญหน้ากับ นาโอยะ อิโนอุเอะ ยอดนักชกไร้พ่ายชาวญี่ปุ่น เจ้าของแชมป์โลก 4 รุ่นน้ำหนัก และนักมวยอันดับ 1 ปอนด์ต่อปอนด์ของโลกในไฟต์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการฝึกซ้อมที่ค่ายมวยของ โรเบิร์ต การ์เซีย ในเมืองริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โรดริเกวซกลับแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้สนใจเสียงพูดถึงภายนอกมากนัก และยังคงมุ่งมั่นกับการเตรียมตัวสำหรับไฟต์ตรงหน้าอย่างเต็มที่
จากการซ้อมทั้งการปล่อยหมัดหนักใส่กระสอบทรายและการฝึกความแม่นยำกับสปีดแบ็ก แชมป์โลกวัย 26 ปี แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทตลอดการเก็บตัวครั้งนี้
“นั่นคือสิ่งที่ผมมาที่นี่เพื่อทำ”
“นั่นคือเหตุผลที่ผมเดินทางจากซานอันโตนิโอมาถึงริเวอร์ไซด์”
“ผมจะไม่ซ้อมแบบขอไปที ผมจะทำงานหนักทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในยิมแห่งนี้”
“ผมพัฒนาขึ้นทุกครั้งจากการซ้อมนวมในแต่ละแคมป์ และผมจะพร้อมเต็มที่ในคืนวันชก” โรดริเกวซกล่าว
ด้าน วาร์กัส นักชกชาวฟลอริดาผู้มีสถิติชนะ 19 แพ้ 1 เสมอ 1 และเคยผ่านเวทีโอลิมปิกมาแล้ว เชื่อว่าโอกาสครั้งนี้เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้สำหรับเขา หลังจากรอดพ้นจากการโดนนับในการชกกับ วินสตัน เกอร์เรโร เมื่อปี 2024 และเสมอกับ ไดโกะ ฮิกะ ที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน
แม้หลายฝ่ายจะมองว่า วาร์กัส เป็นรองอย่างมาก แต่โรดริเกซยืนยันว่าเขาไม่ได้ประมาทคู่ชกรายนี้แม้แต่น้อย
“ผมเชื่อใจทีมงานของผม”
“ผมพร้อมออกไปแสดงฝีมือ มีเข็มขัดอีกเส้นเป็นเดิมพัน ความกดดันสูงขึ้นก็จริง แต่ผมพร้อมแล้ว”
“โดยปกติผมจะใช้สองสามยกแรกดูว่าคู่ชกนำอะไรมาใช้กับผม”
“คุณจะดูวิดีโอการชกได้มากแค่ไหนก็ตาม แต่คืนวันชกเขาอาจเปลี่ยนสไตล์ทั้งหมดก็ได้”
“นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่ค่อยศึกษาวิดีโอคู่ชกมากนัก ผมเลือกดูสิ่งที่พวกเขานำมาใช้จริงบนเวทีมากกว่า”
แม้หลายคนคาดหวังว่า โรดริเกซ จะต้องชนะอย่างสวยงามหรือถึงขั้นน็อกเอาต์ เพื่อปูทางสู่ไฟต์ยักษ์กับอิโนอุเอะ แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้คิดแบบนั้น
“ทุกครั้งที่ผมขึ้นเวที ผมแค่ต้องทำในสิ่งที่จำเป็น และนั่นคือการชนะ”
“นั่นคือเป้าหมายหลัก”
“หลายคนอาจไม่รู้จัก อันโตนิโอ วาร์กัส มากนัก แต่ผมกับทีมงานรู้ดีว่าเขาเป็นใคร”
“เขาเป็นนักกีฬาโอลิมปิก เป็นแชมป์โลก และเราไม่ได้มองข้ามเขาเลย”
“พวกเราทำงานกันเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกวัน”
บรรยากาศการฝึกซ้อมของโรดริเกวซยังสะท้อนถึงความเรียบง่าย โดยมีเพียงลูกชายของ โรเบิร์ต การ์เซีย โค้ชด้านสมรรถภาพร่างกาย และบิดาของเขาที่คอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น
สำหรับไฟต์ที่จะเกิดขึ้นที่ เดสเสิร์ต ไดมอนด์ อารีนา เมืองเกลนเดล โรดริเกซยอมรับว่าการได้กลับไปชกต่อหน้าแฟนมวยในแอริโซนาเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ
“ฐานแฟนมวยที่นั่นเติบโตมาพร้อมกับผม”
“เกลนเดลและฟีนิกซ์เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของผม”
“ผมเคยเก็บชัยชนะสำคัญหลายครั้งที่นั่น และผมรู้สึกถึงความรักจากแฟนมวยทุกครั้งที่กลับไป”
เมื่อถูกถามถึงไฟต์ระหว่าง นาโอยะ อิโนอุเอะ กับ จุนโตะ นากาทานิ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป โรดริเกซเปิดเผยว่าเขาตื่นเช้าเพื่อชมการแข่งขันโดยเฉพาะ
“มันเป็นไฟต์ที่ยอดเยี่ยม”
“ผมให้ อิโนอุเอะ ชนะ 8 ยกต่อ 4”
“อิโนอุเอะ คือเบอร์หนึ่งปอนด์ต่อปอนด์ของโลก”
“เขาขึ้นไปพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้ว”
ปัจจุบัน โรดริเกวซถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรกของนักมวยปอนด์ต่อปอนด์จากหลายสำนัก และหากสามารถเอาชนะ อันโตนิโอ วาร์กัส ได้ในวันที่ 14 มิถุนายน เส้นทางสู่ซูเปอร์ไฟต์กับ นาโอยะ อิโนอุเอะ ก็อาจกลายเป็นความจริงในอนาคตอันใกล้ โดยเป็นการพบกันของสองนักชกที่ถูกยกย่องว่าเก่งที่สุดของวงการมวยโลกยุคปัจจุบัน