ข่าววงการมวยสากล มวยโลก โปรแกรมมวย ผลมวย แชมป์โลก wbc wba ibf wbo

อันโตนิโอ วาร์กัส เชื่อพลังศรัทธาจะพาโค่น แบม โรดริเกวซ

 

หลายฝ่ายมองว่า เจสซี “แบม” โรดริเกวซ ยอดนักชกไร้พ่าย น่าจะคว้าแชมป์โลกในรุ่นที่สามของตัวเองได้ไม่ยาก เมื่อต้องขึ้นชกกับ อันโตนิโอ วาร์กัส เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวตของ WBA ในวันอาทิตย์นี้

แม้ วาร์กัส จากรัฐฟลอริดา จะครองสถิติ 19 ชนะ 1 แพ้ 1 เสมอ (11 น็อก) และเคยเป็นนักชกโอลิมปิกทีมชาติสหรัฐฯ แต่บ่อนรับพนันยกให้เขาเป็นรองแบบห่างลิบเกือบ 14 ต่อ 1 โดยเฉพาะเมื่อผลงานช่วงหลังของเขาไม่ได้โดดเด่นนัก ขณะที่ โรดริเกวซ มีสถิติไร้พ่าย 23 ไฟต์ (16 น็อก)

อย่างไรก็ตาม วาร์กัส วัย 29 ปี มองว่าการถูกมองข้ามกลับเป็นแรงผลักดันให้เขาทุ่มเทหนักกว่าเดิม ก่อนขึ้นชกในศึกที่จะถ่ายทอดสดทาง DAZN จากสนาม เดสเสิร์ต ไดมอนด์ อารีนา เมืองเกลนเดล รัฐแอริโซนา

“ผมเข้าใจดีว่าเขาทำสิ่งดีๆ มากมายในวงการมวย และกำลังสร้างตำนานของตัวเอง ผมเคารพในส่วนนั้น” วาร์กัสกล่าวถึงโรดริเกวซ

“แต่สำหรับผม มันยิ่งกระตุ้นให้ซ้อมหนักขึ้นและต้องคว้าชัยชนะให้ได้ เพราะผมจำเป็นต้องเอาชนะนักชกระดับใหญ่แบบนี้ เพื่อให้ได้รับการยอมรับที่ผมต่อสู้มาตลอดหลายปี”

“มันทำให้ผมหิวกระหาย มีวินัย และมีสมาธิมากขึ้น เพราะผมรู้ว่าถ้าชนะเขาได้ มันจะพิสูจน์ว่าผมทำงานหนักมาตลอดเพื่อสร้างเส้นทางและมรดกของตัวเองในฐานะนักมวย”

วาร์กัสบอกกับ BoxingScene ว่า ความศรัทธาคือสิ่งที่พาเขามาถึงไฟต์ที่เขายกให้เป็น “ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพ”

เจ้าตัวเชื่อว่าพระเจ้าคอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วง 3 ไฟต์หลังสุดที่เขาโดนนับถึง 2 ครั้ง แต่ยังกลับมาเอาชนะได้ รวมถึงการป้องกันแชมป์อันยากลำบากกับ ไดโกะ ฮิกะ ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอและทำให้เขารักษาเข็มขัดเอาไว้ได้

“เมื่อมองย้อนกลับไปในไฟต์ที่ผ่านมา ผมเห็นพระหัตถ์ของพระคริสต์อยู่เหนือผม ความมั่นใจและพลังทั้งหมดมาจากพระองค์”

“ผมคงไม่มีโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อชกไฟต์แบบนี้ ถ้าไฟต์ล่าสุดของผมไม่ได้จบลงด้วยผลเสมอ”

ในปี 2024 วาร์กัสเคยลุกขึ้นจากการโดนนับในช่วงต้นไฟต์กับ โจนาธาน โรดริเกซ และ วินสตัน เกอร์เรโร ก่อนกลับมาเอาชนะน็อกทั้งคู่ได้ ส่วนไฟต์กับฮิกะ เขาได้แต้มเสมอจากการส่งคู่ชกลงไปกองในช่วงท้ายการชก

“ผมพูดได้อย่างหนึ่งว่า นั่นไม่ใช่ผม มันคือพระหัตถ์ของพระคริสต์ที่มอบพลังให้ผม”

“คนเดียวกันที่ช่วยผมในไฟต์ก่อนๆ จะเป็นคนเดียวกันที่มอบพลังให้ผมเมื่อต้องเจอกับ ‘แบม’ และจะให้สิ่งที่ผมต้องการเพื่อคว้าชัยชนะ”

“ผมเชื่อว่าในวันที่ 13 มิถุนายน ทุกคนจะได้เห็นสิ่งนั้น และผมจะสามารถเป็นพยานได้ว่าพระองค์ช่วยให้ผมแข็งแกร่งและผ่านอุปสรรคมาได้อย่างไร”

แม้จะมีศรัทธาอย่างแรงกล้า แต่งานของวาร์กัสไม่ง่ายเลย เพราะ โรดริเกวซ วัย 26 ปี ซึ่งเป็นแชมป์โลกซูเปอร์ฟลายเวต 3 เส้น เคยน็อกหรือหยุดคู่ชกมาแล้ว 5 ไฟต์ติดต่อกัน และยังเคยเอาชนะยอดนักชกรุ่น 115 ปอนด์อย่าง ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราดา, ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น และ คาร์ลอส กวาดราส มาแล้ว

หากโรดริเกวซชนะไฟต์นี้ เขาถูกคาดหมายว่าจะเดินหน้าล่าศึกซูเปอร์ไฟต์กับ นาโอยะ อิโนอุเอะ แชมป์โลกไร้พ่ายเจ้าของเข็มขัดรวมรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต ที่ประเทศญี่ปุ่น

แต่ วาร์กัส เชื่อว่าเขาจะเป็นคนทำลายแผนการทั้งหมดนั้น

“ทุกครั้งที่ผมรู้สึกถึงความกดดัน คุณอาจจะเห็นปากผมขยับอยู่ตลอด”

“ตอนที่ผมโดนเกอร์เรโรน็อกดาวน์และบาดเจ็บหนัก ผมนอนอยู่บนพื้นแล้วพูดว่า ‘พระเยซู โปรดช่วยผมด้วย’”

“ผมจำได้ว่าลุกขึ้นมาแล้วขาสั่นมากจนไม่เคยเจอแบบนั้นมาก่อน ความกลัวยิ่งเข้าครอบงำผม ผู้ตัดสินนับแปด และหลังจากนั้นคู่ชกก็พยายามปิดเกม”

“ผมจำได้แค่ว่ากอดเขาไว้ และช่วง 30 วินาทีสุดท้ายของยกนั้นผมแทบไม่รู้ตัวเลย แม้แต่ตอนกลับไปนั่งมุมก็ยังมึนอยู่”

วาร์กัสกล่าวว่า สิ่งที่เขาจำได้มีเพียงคำสั่งจากทีมงานให้เริ่มเก็บคะแนนและคำสอนจากพระคัมภีร์

“ผู้ที่ร้องเรียกพระนามของพระเจ้าจะได้รับการช่วยเหลือ เมื่อผมร้องขอในช่วงเวลาสิ้นหวัง พระองค์ก็ได้ยินผม”

“สิ่งเดียวที่ผมขอรับเครดิตได้ก็คือการฝึกซ้อม”

นอกจากความเชื่อทางศาสนาแล้ว วาร์กัสยังศึกษาคู่ชกอย่างละเอียดเพื่อหาจุดอ่อนที่สามารถใช้เล่นงานได้

เมื่อถูกถามว่าเห็นอะไรจากการศึกษาฟอร์มของ “แบม” เขาตอบว่า

“เขาเคยโดนเอสตราดาส่งลงไปกอง นั่นแสดงให้เห็นว่ามีช่องโหว่อยู่แน่นอน”

“นักมวยทุกคนมีจุดอ่อน อยู่ที่ว่าจะหาเจอหรือไม่ และซ้อมหนักพอที่จะบังคับให้ช่องว่างเหล่านั้นเปิดออกมาได้หรือเปล่า รวมถึงต้องจับจังหวะระหว่างหมัดของเขาให้ได้ และทำให้เขาลงไปแตะพื้น”

วาร์กัสยังมองว่าการที่โรดริเกวซต้องขยับรุ่นขึ้นมาท้าชิงแชมป์โลกเป็นข้อได้เปรียบของเขา โดยเชื่อว่าหลังการชั่งน้ำหนักในวันแข่งขัน ตัวเขาจะมีน้ำหนักใกล้เคียง 130 ปอนด์

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ร่างกายของผมเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นมาก ผมคิดว่าทุกคนจะเห็นความแตกต่างเรื่องขนาดตัวอย่างชัดเจน”

นอกจากนี้ วาร์กัสยังเผยว่า เอ็ดดี เฮิร์น โปรโมเตอร์ที่ดูแลทั้งเขาและโรดริเกวซ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขา ด้วยการยกไฟต์ก่อนๆ มาเป็นตัวอย่างว่าเขามี “หัวใจของนักรบ” และแนะนำให้เขาอดทนต่อแรงกดดันของโรดริเกวซ พร้อมดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา

วาร์กัสยังย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางนักมวยว่า ตอนอายุ 9 ขวบ โรงเรียนเคยแนะนำให้เขาใช้ยารักษาโรคสมาธิสั้น (ADHD) แต่พ่อของเขาไม่เห็นด้วย และพาไปสมัครเรียนมวยเพื่อระบายพลังงานแทน

“หนึ่งสัปดาห์ต่อมา โรงเรียนบอกว่า ‘ยากำลังได้ผลนะ’ พ่อผมแค่ยิ้ม”

“จากนั้นผมก็ตกหลุมรักการแข่งขัน”

“ถ้าผมสามารถมีส่วนช่วยให้เด็กๆ หันมาเล่นกีฬาและดูแลสุขภาพ แทนที่จะพึ่งยา ผมก็อยากเป็นกระบอกเสียงให้กับคนรุ่นต่อไป”

และหากเขาสามารถสร้างเซอร์ไพรส์โค่น “แบม” โรดริเกวซ ได้สำเร็จ เสียงของเขาก็อาจได้รับการรับฟังจากผู้คนทั่วโลกมากกว่าที่เคย