ออสการ์ คอลลาโซ ยืนยันว่าเขาไม่ได้กังวลกับการเปลี่ยนตัวคู่ชกหลายครั้งในสัปดาห์นี้ ก่อนขึ้นป้องกันแชมป์โลก WBO และ WBA รุ่นมินิมัมเวตในเช้าวันพรุ่งนี้
จากมุมมองของคอลลาโซ คนที่ควรกังวลคือคู่ต่อสู้ที่ต้องขึ้นสังเวียนเผชิญหน้ากับเขาที่ฟรอนต์เวฟ อารีนา มากกว่า
เดิมที คอลลาโซ มีกำหนดป้องกันตำแหน่งกับ โจอี้ คาโนย ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ แต่ปัญหาเรื่องวีซ่าทำให้คาโนยไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้ ส่งผลให้ ไนเดอร์ บัลเดซ นักชกชาวเม็กซิกัน กลายเป็นตัวแทนรายที่สองที่ถูกเรียกเข้ามารับหน้าที่ผู้ท้าชิง
เอริก โกเมซ ประธาน Golden Boy Promotions กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า
"เราพยายามดำเนินเรื่องนี้มานานสองเดือนแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้การขออนุมัติเอกสารในสหรัฐฯ เป็นเรื่องยากมาก กระทรวงการต่างประเทศกำลังตรวจสอบทุกกรณีอย่างละเอียด ทำให้กระบวนการช้ากว่าปกติมาก เราจึงต้องหาตัวแทนเข้ามาแทน และเชื่อผมเถอะ ไม่ค่อยมีใครรีบยกมือขอชกกับ ออสการ์ คอลลาโซ หรอก เขาเป็นนักชกที่อันตรายมาก ในความหมายที่ดี ช่วง 48-72 ชั่วโมงที่ผ่านมา วุ่นวายสุด ๆ"
แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง แต่คอลลาโซ เจ้าของสถิติไร้พ่าย 14 ไฟต์ (ชนะน็อก 11) ยังคงมุ่งมั่นกับเป้าหมายเดิม นั่นคือการสร้างประวัติศาสตร์ในวงการมวยเปอร์โตริโก
นักชกวัย 29 ปี เปิดเผยกับ BoxingScene ว่า เขาต้องการรวมแชมป์โลก 105 ปอนด์ให้ครบทุกเส้น และกลายเป็นแชมป์โลกไร้ข้อกังขาคนแรกของเปอร์โตริโก หรือไม่เช่นนั้นก็พร้อมขยับขึ้นไปล่าความสำเร็จในรุ่นที่สูงกว่า
คอลลาโซกล่าวว่า
"หลังไฟต์นี้ ผมต้องการชกกับแชมป์ WBC รุ่น 105 ปอนด์ภายในเดือนกันยายนหรือตุลาคม หรือไม่ก็ขยับขึ้นไปชกที่ 108 หรือ 112 ปอนด์ ผมอยากเจอผู้ชนะระหว่าง ชกิชิ อิวาตะ กับ เอริก บาดิลโล เพื่อชิงแชมป์ WBC รุ่นไลต์ฟลายเวต ผมรู้ว่าผมทำได้ เราคุยเรื่องนี้กันอยู่แล้ว และผมเชื่อว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ภายในปีนี้"
อีกหนึ่งไฟต์ที่ดึงดูดความสนใจของเขาคือการพบกับ ริคาร์โด ซานโดวัล เจ้าของแชมป์โลก WBC/WBA รุ่นฟลายเวต ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัด Golden Boy Promotions เช่นกัน
"เชื่อผมเถอะ ผมรู้ว่าผมสามารถชกไฟต์นั้นได้ เปอร์โตริโกกับเม็กซิโกเป็นคู่ปรับกันมาโดยตลอด ริคาร์โด ซานโดวัล เป็นนักชกที่ยอดเยี่ยม ผมอยู่ที่นี่เพื่อสร้างไฟต์ใหญ่ เพื่อทำในสิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้"
สำหรับ บัลเดซ ผู้ท้าชิง แม้จะได้รับการอนุมัติจาก WBO ให้ชิงแชมป์โลก แต่ผลงานช่วงหลังไม่โดดเด่นนัก โดยมีสถิติ 2 ชนะ 3 แพ้ 1 เสมอ ใน 6 ไฟต์ล่าสุด และแพ้น็อกถึง 2 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม คอลลาโซยืนยันว่าเขาไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนตัวคู่ชก
"ผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้นเลย ในค่ายฝึกซ้อม เราเตรียมตัวรับมือกับนักชกหลายสไตล์อยู่แล้ว เพราะเรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา Cotto Promotions และ Golden Boy จัดการทุกอย่างได้ดี"
คอลลาโซยังกล่าวถึงกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นของนักชกรุ่นเล็ก โดยยกตัวอย่าง เจสซี "แบม" โรดริเกซ ที่เพิ่งขยับขึ้นไปคว้าแชมป์โลก 118 ปอนด์ ด้วยการเอาชนะ อันโตนิโอ วาร์กัส เมื่อสัปดาห์ก่อน
"ตั้งแต่วันแรก เราพยายามทำให้แฟนมวยเห็นว่านักชกรุ่นเล็กก็สร้างความตื่นเต้นได้ แบมกำลังพิสูจน์เรื่องนั้น และผมก็กำลังทำเช่นเดียวกัน พวกเราปล่อยหมัดกันตลอด ไฟต์มีความต่อเนื่องตั้งแต่ยกแรกถึงยกสุดท้าย มีแต่ไฟต์ดีๆ ไฟต์ใหญ่ๆ และเต็มไปด้วยแอ็กชัน"