แซนเดอร์ ซายาส แชมป์โลก WBO และ WBA รุ่นจูเนียร์มิดเดิลเวตชาวเปอร์โตริโก ออกโรงวิจารณ์ จารอน “บูตส์” เอนนิส คู่ชกของเขาในไฟต์สุดสัปดาห์นี้ โดยมองว่าแม้อีกฝ่ายจะเคยเป็นแชมป์โลกและกำลังลุ้นคว้าแชมป์ในรุ่นน้ำหนักที่สอง แต่เส้นทางอาชีพของเอนนิสเต็มไปด้วยการหลีกเลี่ยงไฟต์ใหญ่ และมีการสร้างสถิติด้วยการเลือกคู่ชกที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก
ซายาส เจ้าของสถิติไร้พ่าย 23-0 (13 น็อก) จะขึ้นป้องกันแชมป์โลกทั้งสองเส้นกับ เอนนิส เจ้าของสถิติ 35-0 (31 น็อก) ในคู่เอกของรายการวันที่ 28 มิถุนายน ถ่ายทอดสดทาง DAZN PPV จากสนามบาร์เคลย์ส เซ็นเตอร์ นครนิวยอร์ก
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการของ แอเรียล เฮลวานี ซายาสกล่าวว่า
“เขาใช้เวลาถึง 35 ไฟต์กว่าจะเป็นแชมป์โลกแบบรวมเข็มขัดได้ ส่วนผมใช้แค่ 23 ไฟต์ ถ้าคุณไปดู 23 ไฟต์แรกของเขา เขาชกกับพวกที่กำลังหาเงินไปจ่ายค่าเลี้ยงดูลูก ส่วนผมชกกับคนที่พยายามเอาชนะผมจริงๆ พยายามขัดขวางเป้าหมายและความฝันของผม”
ซายาสยังเชื่อว่าตัวเองคือบททดสอบที่ยากที่สุดในอาชีพของเอนนิส
“ผมคือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเขา ตอนนี้เขาอายุ 28 ปี แล้วตอนอายุ 23 เขาทำอะไรอยู่? หลบอยู่ในฟิลาเดลเฟีย และไม่อยากชกไฟต์ใหญ่”
เมื่อถูกถามว่าสถิติของเอนนิสถูกสร้างขึ้นจากการเลือกคู่ชกที่ง่ายเกินไปหรือไม่ ซายาสตอบว่า
“ผมคิดว่าใช่ สำหรับผม ผมนับจริงๆ แค่ 10 หรือ 11 ไฟต์หลังสุดของเขาเท่านั้น อย่างน้อยคู่ชกเหล่านั้นก็เป็นนักมวยที่มีสถิติดี และมีประสบการณ์ที่เหมาะสม”
นอกจากนี้ ซายาสยังแสดงความมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถกดดันและเล่นงานเอนนิสได้ตลอดทั้งไฟต์
“ผมคิดว่าผมสามารถข่มเขาได้ และผมคิดว่าผมจะทำอย่างนั้นจริงๆ แต่นั่นคือวิธีคิดที่นักมวยทุกคนควรมี ผมคิดว่าผมดีกว่าเขา และผมก็เชื่อว่าเขาคงคิดว่าเขาดีกว่าผม มีแค่วิธีเดียวที่จะรู้คำตอบ และนั่นคือคืนวันเสาร์”
ซายาสยังคาดหวังว่าไฟต์นี้จะมีกลิ่นอายของมวยยุคเก่า และบรรยากาศที่เร้าใจเป็นพิเศษ
“แฟนมวยจากฟิลาเดลเฟียส่งเสียงดังอยู่แล้ว แต่เมื่อรวมกับชาวเปอร์โตริโกในนิวยอร์ก มันจะบ้าคลั่งมาก”
เขายังกล่าวชื่นชมการตัดสินใจของทั้งสองฝ่ายที่ยอมเสี่ยงนำสถิติไร้พ่ายและแชมป์โลกมาเดิมพันกัน
“ทุกวันนี้หลายคนกลัวที่จะเอาสถิติไร้พ่ายมาวางเดิมพัน หรือกลัวที่จะเอาเข็มขัดแชมป์มาเสี่ยง แต่ถ้าผมอยากได้รับการยอมรับว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุด ผมก็ต้องชกกับคนที่ดีที่สุด ผมต้องเอาชนะคนที่ดีที่สุด และนี่คือหนทางที่จะทำแบบนั้น”
ซายาสยืนยันว่าเขาพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะต้องชกครบ 12 ยกหรือไม่
“ผมพร้อมจะชก 12 ยกถ้าจำเป็น ผมพร้อมใช้ประโยชน์จากทุกโอกาสที่เกิดขึ้นบนเวที ผมจินตนาการถึงจังหวะต่าง ที่จะเกิดขึ้นไว้หมดแล้ว ทุกคืนก่อนนอน ผมมองเห็นทั้งโอกาส ความผิดพลาด และสิ่งดีๆ ที่ผมสามารถทำได้ ผมพยายามจำลองทุกอย่างไว้ในหัว บางครั้งผมตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อท่วมตัว เพราะในความฝันผมกำลังชกอยู่จริงๆ”