เอ็ดดี้ เฮิร์น ยอมรับว่าเขาสนุกกับการเปิดศึกสงครามน้ำลายกับ ดาน่า ไวท์ ประธาน Zuffa Boxing อย่างเต็มที่
“ใช่ ผมชอบมาก” เฮิร์นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ถ้าคุณไม่สนุกกับการได้เห็นผมปะทะกับ ดาน่า ไวท์ ผมว่ามันเหมือนฝันที่เป็นจริงเลย ทุกครั้งที่เขาให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นงานมวยหรืองาน UFC ชื่อของผมแทบจะถูกพูดถึงทุกครั้ง นั่นคือเวทีประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่มาก โดยเฉพาะกับแฟน UFC และตอนนี้เราก็เพิ่งเซ็นสัญญากับสองซูเปอร์สตาร์ของ UFC อย่าง ทอม แอสปินัล และ เอียน แมชชีน แกร์รี”
เฮิร์นเปิดเผยว่า Matchroom Talent Agency ซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้น ได้ดึงนักกีฬาจาก UFC มาเป็นลูกค้า ขณะที่การตอบโต้กันระหว่างเขากับดาน่า ไวท์ ผ่านสื่อก็ยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ
ในทางกลับกัน Zuffa Boxing ได้คว้าตัว คอเนอร์ เบนน์ อดีตนักชกของ Matchroom ไปร่วมงาน และกำลังจะเซ็นสัญญากับ จอห์นนี ฟิชเชอร์ อดีตนักชกรุ่นเฮฟวีเวตของ Matchroom หลังยื่นข้อเสนอที่เฮิร์นยอมรับว่าไม่มีทางสู้ราคาได้
อย่างไรก็ตาม เฮิร์นยืนยันว่าบริษัทของเขาจะยังขยายตัวต่อไป
“มีคนบอกว่า ‘เอ็ดดี้กำลังเอาคืนดาน่า’ ก็มีส่วนที่สนุกนะ แต่สำหรับผม มันคือการเรียนรู้ธุรกิจ MMA เพราะในอนาคตเราก็อยากขยายเข้าไปในวงการนั้น ผมไม่อยากเป็นเหมือนดาน่าที่เข้ามาในวงการมวยทั้งที่แทบไม่รู้อะไรเลย ผมอยากเรียนรู้และเข้าใจมันจริงๆ”
เมื่อถูกถามว่า การเซ็นสัญญากับนักสู้ UFC หลายคนทำให้ผู้บริหาร UFC ไม่พอใจหรือไม่ เฮิร์นตอบพร้อมรอยยิ้มว่า
“แน่นอน มีคนบอกผมแบบนั้น”
เมื่อถามต่อว่าเขาสนุกกับเรื่องนี้หรือไม่ เฮิร์นตอบสั้นๆ ว่า
“แน่นอน”
แต่เขาไม่กังวลว่าการร่วมงานกับ Matchroom จะส่งผลเสียต่อเส้นทางของนักกีฬาที่อยู่กับ UFC
“ไม่เลย” เขาตอบทันที
“ถ้าคุณไปถาม ทอม แอสปินัล ตอนนี้ว่าเป็นยังไงกับการทำงานร่วมกับ Matchroom เขาจะบอกว่า ‘ยอดเยี่ยมที่สุด พวกเขาทำให้ผมมีรายได้จากสปอนเซอร์มหาศาล’”
เฮิร์นยังวิจารณ์แนวทางของ UFC ว่าพยายามลดคุณค่าของนักกีฬา
“สิ่งที่พวกเขาทำคือทำให้นักกีฬารู้สึกว่าตัวเองไม่มีมูลค่า คุณเห็นบทสัมภาษณ์ของ ฌอน โอมัลลีย์ ไหม? เขาบอกว่าได้ค่าตัว 600,000 ดอลลาร์สำหรับไฟต์ที่ทำเนียบขาว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสถานะที่ดี อย่าให้ใครบอกว่าคุณไม่มีคุณค่า”
เขายังเล่าถึงช่วงแรกที่ แอสปินัล เข้ามาร่วมงานกับ Matchroom
“ตอนที่เขามาหาเรา เขาเหมือนคนหมดกำลังใจ ไม่มีใครคอยสนับสนุน หลังจากโดนนิ้วจิ้มตาจนบาดเจ็บหนักในไฟต์กับ ซีริล กาน ทุกคนกลับบอกว่าเขาเอาแต่งอแง ไม่มีคุณค่า แต่ตอนนี้เขากลายเป็นนักสู้ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดใน UFC ตัวเลขบนโลกออนไลน์ของเขาเป็นรองแค่ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ เท่านั้น ผมบอกเขาว่า ‘นายคือซูเปอร์สตาร์ นายคือแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวต’ ความเชื่อมั่นแบบนี้อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาชนะไฟต์ต่อไปก็ได้”
ปัจจุบัน Matchroom Talent Agency มีนักกีฬาในสังกัด 4 คน ได้แก่ ทอม แอสปินัล, เอียน แมชชีน แกร์รี และสองนักรักบี้ชื่อดัง ฟินน์ รัสเซลล์ กับ เฮนรี พอลล็อก
“เราอยากดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ผมไม่ต้องการเซ็นนักกีฬาเป็นจำนวนมาก แล้วสุดท้ายพวกเขามาถามว่า Matchroom ทำอะไรให้บ้าง ตอนนี้ทุกคนที่อยู่กับเรามีความสุขมาก ซึ่งนั่นสำคัญที่สุด”
เฮิร์นเผยว่า ยังมีการพูดคุยกับนักกีฬาจากวงการเทนนิสและฟอร์มูลาวัน แต่เขาไม่ต้องการขยายเกิน 6-8 คน เพราะต้องการรักษาคุณภาพในการดูแล
สำหรับการแข่งขันกับ Zuffa Boxing เฮิร์นมองว่า การเซ็นนักชกดังเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ
“นักชกอย่าง ชาเคอร์ สตีเวนสัน หรือ เดวิน ฮานีย์ ไม่ได้ทำงานกับผม ปัญหาไม่ใช่แค่การเซ็นสัญญา แต่คือคุณต้องจ่ายค่าตัวเท่าไรถ้าคุณเซ็น ชาเคอร์ แล้วจ่าย 20 ล้านดอลลาร์ต่อไฟต์ ทั้งที่มูลค่าทางการตลาดอาจอยู่แค่ 5 ล้าน คุณก็ต้องจัดคู่ชกที่เหมาะสมให้ได้ด้วย บางครั้งผู้จัดการนักชกก็ทำให้โปรโมเตอร์หน้าใหม่หลงกล ขอไฟต์ง่ายๆ สักสองสามไฟต์ก่อน อย่างกรณี คอเนอร์ เบนน์ ถ้าจ่าย 15 ล้านดอลลาร์เพื่อชกกับ เรจิส โปรเกรส์ นั่นคือการเผาเงินชัดๆ”
อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจหากเป็นไฟต์ระหว่าง เบนน์ กับ ไรอัน การ์เซีย เพราะเป็นคู่มวยที่มีมูลค่าสูงกว่า
เฮิร์นยังเปิดเผยว่า Zuffa Boxing พยายามคว้าตัวนักชกระดับแนวหน้าหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เจสซี "แบม" โรดริเกซ, ดิมิทรี บิวอล และ จารอน "บูตส์" เอนนิส แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ เขายังมองว่า Zuffa Boxing ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
“ผมคิดว่าพวกเขายังไม่รู้จริง ๆ ว่ากำลังทำอะไร เหมือนคิดไปทำไป ตอนแรกบอกว่าจะจัดลีกมวยของตัวเอง ตอนนี้ผ่านมาเจ็ดเดือน ลีกก็ยังไม่เกิด ตอนแรกบอกว่าจะไม่ทำงานกับองค์กรแชมป์โลก แต่พอนักชกเริ่มไม่พอใจ เพราะอยากเป็นแชมป์โลกแบบไร้ข้อกังขา ก็เปลี่ยนท่าที จากนั้นก็บอกว่าจะเน้นรุ่นครุยเซอร์เวต และพยายามเซ็นสัญญากับ ไจ โอเปไตอา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพิ่งบอกว่าจะไม่จัดการแข่งขันในรุ่นนี้ ผมคิดว่าพวกเขาคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะเข้าใจโลกอันบ้าคลั่งของวงการมวย”